Make your own free website on Tripod.com
Home | Dhamma Subjects | Dhammatalk | Temple's Activity | last chance

American Buddhist Meditation Temple

Dhammatalk

untitled-6.jpg

       "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลํา" โลกเรานี้มีศาสตร์อยู่มากมายที่ทุกคนศึกษาค้นคว้ากันได้นับตั้งแต่ความเป็นจริงตามปรากฏการณ์ต่างๆ สูงขี้นไปถึงความจริงแท้  แม้กระทั่งสูงสุดอันเป็นสัจธรรม  แต่ความรู้ทั้งหลายเหล่านั้นจะไม่บังเกิดผลอย่างไรเลยหากเรามิได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
       เฉกเช่นหลักพระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธทั้งหลายรู้ว่ามี 84,000 พระธรรมขันธ์ แบ่งออกเป็นหมวดหมู่มากมาย บุญ บาป ดี ชั่ว กุศล อกุศล ซึ่งหากนำหลักพุทธธรรมเข้าสู่กระบวนการปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลต่อชีวิตประจำวันได้  นับเป็นที่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่งยวด

  สมาธิ 

           มีพระพุทธพจน์แห่งหนึ่ง ว่า

           “ภิกษุทั้งหลาย ! จงเจริญสมาธิเถิด, ผู้มีจิตตั้งมั่น ย่อมรู้ชัดตามเป็นจริง”

           พุทธพจน์นี้ แสดงทั้งความหมาย (จิตตั้งมั่น) และประโยชน์ที่มุ่งหมายของสมาธิ (รู้ชัดตามเป็นจริง)

           จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิเป็นอย่างไร ? ทำให้รู้ชัดตามเป็นจริงได้อย่างไร ? ก็มีพุทธพจน์แสดงไว้อีกว่า

           “ภิกษุทั้งหลาย ! เปรียบเทียบห้วงน้ำใส กระจ่างไมุ่ขุ่นมัว คนตาดียืนอยู่บนฝั่ง พึงเห็นได้ซึ่งหอยโข่ง หอยกาบ ก้อนหิน ก้อนกรวด ตลอดจนฝูงปลา ที่กำลังแหวกว่ายอยู่บ้าง กำลังหยุดอยู่บ้าง …ฉันใด

           ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน ด้วยจิตที่ไม่ขุ่นมัว ก็จักรู้ได้ซึ่งประโยชน์ตนประโยชน์ผู้อื่น ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย จักประจักษ์แจ้งได้ ซึ่งคุณวิเศษยิ่งกว่ามนุษย์สามัญ คือ ญาณทัสสนะ ที่สามารถทำให้เป็นอริยชน…”

           เมื่อจิตสงบแน่วเรียบสนิท จะคิดพิจารณาสิ่งใด ? เรื่องใด ? ก็มองเห็นง่ายเข้าใจชัดเจน เมื่อเข้าใจธรรมชาติของสิ่งทั้งหลาย รู้เท่าทันธรรมดาของความเป็นไปตามเหตุปัจจัย จิตใจก็หายเร่าร้อนกระวนกระวาย สงบ ผ่องใส เป็นอิสระปลอดกิเลส ไร้ทุกข์ เป็นประโยชน์สูงสุดของชีวิต ถึงแม้ยังไม่ใช้ปัญญา เพียงแต่สมาธิอย่างเดียว เกิดขึ้นเมื่อใดจิตใจก็สงบผ่องใส มีความสุข ดับกิเลสดับทุกข์ได้ชั่วคราว ตลอดเวลาที่สมาธินั้นยังคงอยู่

           อย่างไรก็ตาม ถ้าปฏิบัติผิด ก็มีทางเขวและเกิดโทษ เช่นหลงเพลินติดอยู่แค่สมาธิ พอใจในความสุขจากสมาธิ คิดว่าเพียงพอแล้ว ไม่ใช้สมาธินั้นสร้างปัญญา เพื่อแก้ปัญหาของชีวิตให้หมดสิ้นไป บ้างก็มองเห็นสมาธิเป็นเรื่องของคนที่หลบลี้ ปลีกตัวออกไปจากสังคม อย่างลัทธิฤาษีชีไพร บ้างก็ตั้งความหวังผิดๆ มุ่งจะเอาแต่ผลพลอยได้ของสมาธิ หมกมุ่นในเรื่องฤทธิ์ปาฏิหาริย์ รวมความคือตกอยู่ในความประมาท

           ชาวพุทธพึงเข้าใจ ฝึก และใช้สมาธิให้ถูกต้องตามหลักการ ความหมายและความมุ่งหมาย ดังพุทธพจน์ที่ยกมาอ้างข้างต้นนั้น และหวังว่าหนังสือสมาธิเล่มน้อยนี้ จะมีส่วนช่วยนำให้เกิดผลที่กล่าวนั้น.

พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

.......................

           “….สมาธิ เป็นเพียงวิธีการเพื่อเข้าถึงจุดหมายไม่ใช่ตัวจุดหมาย ผู้เริ่มปฏิบัติอาจต้องปลีกตัวออกไปมีความเกี่ยวข้องกับชีวิต สังคมน้อยเป็นพิเศษ เพื่อการปฏิบัติฝึกอบรมช่วงพิเศาระยะหนึ่ง แล้วจึงออกมามีบทบาทในทางสังคม ตามความเหมาะสมของตนต่อไป

อีกประการหนึ่ง การเจริญสมาธิโดยทั่วไปก็มิใช่จะต้องมานั่งเจริญอยู่ทั้งวันทั้งคืน และวิธีปฏิบัติก็มีมากมาย เลือกใช้ได้ตาม ความเหมาะสมกับจริยา…”

จากหนังสือพุทธธรรม
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

...................................................................................................................................................
เนื้อหาทั้งหมดนี้คัดลอกจากหนังสือ "สมาธิ"
ธรรมรักษา : เขียน
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) : ตรวจทานและแก้ไข

ชื่อ Buddha Bar มีปัญหาที่ฮาวาย

      แปลโดย เอก 
 โดย แมรี่ เค ริทซ์ นักเขียนทางด้านสื่อโฆษณาทางศาสนาและศีลธรรม 12 สิงหาคม 2547
      ฮอนโนลูลู, ฮาวาย (สหรัฐอเมริกา) - - คณะบริหารของบุดด้าบาร์อาจต้องคิดใหม่เกี่ยวกับชื่อร้าน
      ภายหลังจากคณะกรรมการสุราของฮอนโนลูลูได้ยื่นหมายเตือนเกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากชื่อของร้าน ซึ่งกลุ่มผู้ต่อต้านมาจากชาวพุทธในฮาวาย ทางร้านได้เอาป้ายหน้าร้านออกแล้ว
      บุดด้าบาร์ คือร้านอาหาร ซึ่งชื่อเดิมคือ ร้านภัตตาคารฮอง ตั้งอยู่ในเมืองไวกิกิ ซึ่งมีการเปิดร้านในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ชาวพุทธบางคนเห็นว่าชื่อร้านนั้นบาดหู เกกรอรี่ ยามาโมโตะ นักโฆษณาในฮอนโนลูลูกล่าว
      อย่างไรก็ตาม สื่อโฆษณาต่าง ๆ ของทางร้านที่ใช้ชื่อว่า "บุดด้า บาร์" ได้มีการแจกจ่ายไปแล้ว เลส ฮอง, ผู้ดูแลร้านภัตตคารฮองและเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในการจำหน่ายสุราในร้านอาหาร กล่าว
      เมื่อวันอังคาร ผู้สืบสวนของคณะกรรมการสุราได้ส่งอีเมลไปยังกลุ่มผู้คัดค้านชาวพุทธ ว่าทางบาร์เหล้าได้เอาป้ายลงแล้วภายหลังจากได้รับคำเตือนเพราะว่าทางร้านไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้คำว่าบุดด้า บาร์ เป็นเครื่องหมายการค้า
      แต่นั่นไม่ได้ทำให้การวิพากษ์วิจารณ์หยุดลง องค์กรระหว่างประเทศทางพุทธศาสนาของฮาวายยังคงคัดค้านอย่างรุนแรงต่อไป
      ประธานของกลุ่ม ปรณี ณัฐเดชา-สปอนเซล ได้ติดต่อทางภัตตาคารฮองและได้แฟกซ์สำเนาของทางกลุ่มในเรื่องที่เกี่ยวกับทางภัตตาคาร เธอกล่าวกับเขาว่าเขาควรแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้
      "เราต้องการเป็นอย่างยิ่งที่อยากจะเห็นที่ ๆ เราอาศัยอยู่นั้น ไม่เพียงแต่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะต้องถูกหลักศีลธรรม จรรยาที่ดีงามด้วย" ฮองกล่าว และยังเสริมด้วยว่า "ยังมีกลุ่มคนในชุมชนชาวพุทธที่เขาไม่เสียความรู้สึก (จากชื่อร้าน)"
      วิคเตอร์ เวนสัน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของทางบาร์เหล้าแห่งนี้กล่าวว่าพวกเขาจะยื่นถ้อยแถลงในอีก วันสองวันข้างหน้า ต่อข้อคำถามที่ว่าทางบริษัทอาจจะพิจารณาว่าจะเปลี่ยนชื่อร้าน เขาตอบว่า "ผมไม่มีอำนาจที่จะพูดถึงเรื่องนี้ในขณะนี้"
      การไม่พอใจของเจ้าของภัตตคารฮองนั้นความจริงแล้วเนื่องมาจากตึกนี้จะต้องแล้วเสร็จภายใน 9 เดือนนี้ จึงจะสามารถทำโครงการพัฒนาถนนลีเวอร์สต่อได้
      "ดีกว่าจะปล่อยให้ตึกมันว่างเฉย ๆ เราอยากจะเห็นถ้าเราสามารถสมานฉันท์กันได้" นายฮอง, วัย 60, กล่าว "ผมได้พบกับกลุ่มคนเหล่านั้น - เป็นคนดี เป็นคนตรง คนหนึ่งเป็นนักศึกษาที่ HPU พวกเขายังเด็ก พกเขามีความคิดหลากหลาย เรารวมมันไว้ด้วยกันและพยายามสร้างเล้าจ์ขายเหล้าแบบหรู ๆ ขึ้นมา ผมประทับใจมากกับสิ่งที่พวกเพื่อนร่วมงานผมคิดขึ้นมา ผมเป็นคนตัดสินใจ พวกเขาได้แต่เสนอแนะ พกเขาร่าบรรยากาศมันจะเป็นอย่างไร"
      "เราไม่เคยมีเจตนาจะทำลายศาสนาด้วยการใช้ชื่อ" เขากล่าว "เราอ่อนไหวต่อความรู้สึกของชุมชน"
      เจ้าหน้าที่คณะกรรมการสุรา วาเลนซ์ เวเธอแวค กล่าวถึงการที่ตัวแทนเขาเมื่อได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราจะสืบสวนเรื่องนี้ให้เสร็จภายในสองสัปดาห์ เมื่อทางร้านบุดด้าบาร์ได้เคลื่อนย้ายป้ายชื่อร้านออกและกำลังพยายามจดทะเบียนชื่อทางการค้า ทางตัวแทนเราจะยังไม่จัดการอะไรจนกว่าจะได้รับการร้องทุกข์อีกครั้ง
      คุณฮองกล่าวว่าว่าผมได้เริ่มกระบวนการจดทะเบียนชื่อทางการค้ากับทางกรมการค้าและสิทธิผู้บริโภคแล้ว
      "ในวันสองวันนี้เราจะได้ชื่อมา" คุณฮองกล่าวต่อ
     
     
      ข้อมูลจาก
http://www.buddhistnews.tv/

joke.jpg

                  นางยักษ์

              วันหนึ่งขณะที่เด็กหญิงตุ๊กติ๊กนั่งดูละครทีวีเรื่อง
"พระรถเสน" กับคุณพ่อ คุณแม่ อยู่ดีๆ เธอนึกสงสัย
อะไรขึ้นมาไม่ทราบ หันมาถามคุณพ่อว่า

    ตุ๊กติ๊ก : คุณพ่อคะ..ทำไมนางยักษ์จึง
              ออกลูกมาเป็นมนุษย์ผู้หญิงสวยได้ล่ะคะ
              ไม่เห็นจะออกมาเป็นยักษ์สักกะหน่อย

    คุณพ่อ : อ๋อ..! ต้องสวยไว้ก่อน จะได้มีเจ้าชายมาชอบ
              และขอแต่งงานด้วยยังไง

    ตุ๊กติ๊ก : แล้ว ยังไงต่อคะคุณพ่อ?

    คุณพ่อ : พอแต่งงานแล้ว เดี๋ยวเธอก็จะกลายเป็นนางยักษ์ เองล่ะลูก

    เสียงดัง : ตุ้บ..!! พลั้ก..!!

: D ha ha ha...ha

ชาร์ด เกียร์ เป็นแรงบันดาลใจให้ เจนนิเฟอร์ โลเปซ เปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ                                                                    
                                                                    หนังสือพิมพ์ ANI 8 ตุลาคม 2547


                        
              bn186 (5K)
          ลอนดอน -- ดูเหมือนว่าดาราดังหลายคนจะมีความหลงไหลแปลกๆในศาสนาของเอเชีย จอร์จ แฮริสสันกำลังกลายเป็นผู้สอนศาสนาฮินดู มหาราริชิ มาเฮส โยคี และมาดอนน่า กำลังปฏิบัติ คาบาลา ของศาสนายิว และตอนนี้นักแสดงลาตินผู้โด่งดัง คือ เจนนิเฟอร์ โลเปซ กำลังจะมาเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ
          นักแสดงสาวในเรื่อง Wedding Planner ประทับใจศาสพุทธจากผู้แสดงเรื่องนี้ร่วมกับเธอ คือริชาร์ด เกียร์ ผู้ซึ่งทุ่มเทให้กับศาสนาพุทธ เจนนิเฟอร์ได้แรงบันดาลใจนี้หลังจากได้พูดคุยในเรื่องจิตใจกับเขา หนังสือพิมพ์ The Sun กล่าว
          โลเปซ ผู้แสดงกับเกียร์ในเรื่อง Shall We Dance กล่าวว่าตอนนี้เธอตระหนักว่ามีพลังงานที่สูงส่ง และตระหนักความในจริงที่ว่าเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะเป็นมนุษย์ที่ดี
          "ตอนนี้ฉันรู้ว่ามีพลังงานขับเคลื่อนในโลกนี้ พลังงานนั้นคือถ้าคุณปล่อยสิ่งที่ดีๆออกมา คุณได้ปล่อยความรัก ออกมา และมันจะย้อนกลับมาที่ตัวคุณเอง นี่คือเรื่องพื้นฐานที่ฉันทำได้" ANI รายงานออกมาเป็นคำพูดของเธอ